Posted by on ธ.ค. 29, 2013 in Blog | 8 comments

บล็อกนี้ขอพูดถึงการทำงานของนิยายเรื่อง ‘Playful CommArts ปรากฏสุดป่วน รบกวนหนุ่มฮอตมารักกัน!’

เป็นนิยายที่เราแต่งตอนอยู่ลอนดอน แล้วก็ได้ใช้ประสบการณ์ของตัวเองอีกแล้ว ฮ่าๆๆ

 

playful

 

 ✪ Behind Playful Comm-Arts

Link :  http://jamsai.com/product/2733

 

พล็อตนี่คิดออกตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ 555 (พระเอกเลยเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเลย โฮะๆ) แบบอยู่ดีๆ มันก็แล่นเข้ามาในหัวว่าเอาตอนเห็นหนุ่มหล่อเดินโฉบไปมา

 

ถ้าเกิดเราเห็นอนาคตได้ แล้วคนนี้คือแฟนเราในอนาคตล่ะ !! คนหล่อๆ แบบนี้เนี่ยนะจะเป็นแฟนเรา ปลวกอย่างเราอ่ะน้าาาาาา

 

แค่ประมาณนี้ล่ะที่เมคิดออก พอถึงเวลาแต่งจริงก็เอามาตีความใหม่ ขยายเป็นเรื่องราวทั้งหมดใน ‘คิรันซัง’ (เรียกแบบนี้เลยล่ะกัน เรียกชื่อเต็มมันยาวมากก เอาชื่อพระเอกกับนางเอกเอามารวมกันซะเลย) เติมแบ็คกราวน์ เติมสังคมให้พระนาง บลาๆๆ อะไรลงไป แต่ธีมของเรื่องก็แค่ประโยคนั้นประโยคเดียว คือ…

เห็นอนาคต แฟนเราหล่อ แต่หน้าเราปลวก

ซึ่งพอเรื่องมันใกล้ตัว มันเลยได้อารมณ์แบบ กรี๊ด!! แอบชอบคนหล่ออย่างนู้นอย่างนี้ เมว่ามันตอบโจทย์นักอ่านทั่วๆ ไปได้ตรงดี เพราะเวลาบรรยาย เมก็บรรยายจากความรู้สึกของคนไม่ได้สวย ไม่เด่น ไม่มีอะไรสักอย่าง  (แต่บังเอิญได้ปั๋วหล่อ) ซึ่งก็คือตัวเมเองเหมือนกัน 5555555555 เราก็เรียบๆ ธรรมดา กินข้าวราดแกง ขี้ในป้ำได้อะไรแบบนี้ใช่ปะล่ะ

เมื่อตัวละครหลักไม่ใช่คนสวยอะไรมาก นักอ่านคงรู้สึกว่า ‘ซัง’ เป็นตัวละครที่สัมผัสได้ ไม่ไกลตัว เพราะเมได้ฟีดแบคประมาณว่า… หนูทำเหมือนนางเอกในเรื่องเลยค่ะ หนูเคยทำมาก่อนค่ะ บลาๆๆ เยอะมาก… กลายเป็นนิยายเรื่องนี้ทำให้นักอ่านรู้สึกว่าตัวเองมีประสบการณ์ร่วมด้วย เมต้องขอบคุณตัวเองเหมือนกันที่ใช้โลเกชั่นไม่หวือหวา สถานที่คือมหาลัย แล้วก็รถไฟฟ้าใต้ดินอะไรเงี้ย คนอ่านจินตนาการตามได้เป๊ะๆ เลย ทุกอย่างเลยคล้ายว่ามีจริง เรียลนะแจ๊ะ เรื่องนี้ได้กระแสคอมเมนต์ในเชิงบวก 99.9%

มีเม้นเดียวที่บอกว่า ทำไมนางเอกเด่นกว่าพระเอก 55555555555555

 

play1

 

นอกจากจะใช้ฟีลของคนธรรมดาเดินดิน กินข้าวแกงแต่ดันแอบรักหนุ่มหล่อระดับท็อปสตาร์แล้ว เมใช้ประสบการณ์ฮาๆ ของตัวเองตอนที่กรี๊ดหนุ่มสวิซด้วย (นิยายมันเลยเรียลจริงอะไรจริงไงเคอะ!) คือเมมาเรียนที่ลอนดอน แล้วโรงเรียนสอนภาษาที่มาเรียนคือ multi เชื้อชาติมาก

วันหนึ่งเมก็มารอรถเมล์ไปเรียนใช่ป่ะ เจอหนุ่มหล่อ…แบบหน้าพี่แกเด่นเตะตามาก เราก็แบบ…โอย ถ้าได้เจอแบบนี้ทุกวันคงดี

พอรุ่งนี้… ขึ้นรถเมล์ หมายเลข 263 ปุ๊ป! เจออีหนุ่มหล่อนั่นอีกแล้ว กรี๊ดดดดด >O<

ตอนนั้นคิดเลยนะว่า โห ถ้าได้เจอกันครบสามครั้งนะ จะเข้าไปทำความรู้จักให้ได้เลย!! (เริ่มคุ้นๆ ป่ะ เหมือนในเรื่องเด๊ะเลย 555)  แล้วปรากฏว่าวันต่อมา…. ใช่แล้ว เจอพี่แกอีกแล้วข่าาาา!!!

อะไรจะบุพเพอาละวาดขนาดนั้นฟ่ะ!!! สุดท้ายปรากฏว่าพี่แกอยู่โรงเรียนเดียวกับเม เป็นเด็กสวิซคร่าาา ตั้งแต่นั้นมาเราก็เจอกันบนรถเมล์บ่อยมากๆๆ แต่เมก็ยังไม่กล้าไปทักนะ

จนวันหนึ่งก็คิดฮาๆ แบบว่าโพสต์รูปด้านหลังของอีตาเด็กสวิซที่แฟนเพจ แล้วก็ขอ 3,000 likes เป็นแรงผลักดัน ถ้าถึงจะไปคุยกับเขา (คือพี่แกหยิ่งมากกก หน้านิ่ง เวลาเจอกันบนรถเมล์ก็ใส่หูฟังตลอด ไม่รู้จะฟังบ้าไรนักหนา) ยังคิดเลยว่า เฮ้ย ถ้าเขามารู้ทีหลังนี่… จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนวะ -_-”’ (จุดนี้เอาไปเขียนลงนิยายแทน สงสารนางเอกจัง ฮ่าๆ)

โอเค….พอ เดี๋ยวจะกลายเป็นไดอารี่แทนเบื้องหลังการเขียนนิยาย 5555

 

play2

 

 

อีกหนึ่งประเด็นเล็กๆ ที่เมหยิบมาเขียนในนิยายเรื่องนี้คือ…

เวลาเราชอบใครสักคน เราชอบเขาที่ตรงไหนเหรอ

เมสังเกตคนรอบตัว กระทั่งเมสังเกตตัวเองด้วยซ้ำ เราจะกรี๊ดมากกก เหล่าคนหล่อ คนสวย เนี่ย บางคนสู้ตายถวายหัว จนเมเคยเกิดคำถามกับตัวเองว่า นี่เรากรี๊ดเขาเพราะหนังหน้าอย่างเดียวป่ะวะ 55555  เออ นี่ล่ะ เมหยิบประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาเพิ่มด้วย เราชอบใครสักคน เราบอกข้อดีของเขาได้หรือเปล่าหว่า??

แต่ก็จะมีข้อแย้งว่า รักไม่ต้องการเหตุผลสักหน่อย

มันจริงหรือเปล่า….

มันเชื่อได้จริงๆ เหรอว่ารักไม่ต้องการเหตุผล 555 เมไม่ฟันธงนะ พูดแบบเบสิกเลยคือ ถ้าเรารักใครสักคนนั่นก็เพราะเขาทำดีกับเราป่ะ ถ้าเขาไม่ดีแล้วเราจะรักเขาเหรอ?? หรือถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรให้เรารัก ถ้าเขาไม่ข้อดีเลย เราจะรักเขาเหรอ?? น่าคิดป่ะ….

จากโจทย์นี้เมตีความความผ่านคำพูดคิรันอ่ะนะ ตรงที่บอกว่า

‘ถ้าไม่ใข่หน้า(หล่อๆ) แบบนี้ เธอจะชอบฉันเหรอ’

แปลความเลยคือ เธอมาชอบฉันที่อะไร ใจหรือว่าหนังหน้า ถ้าบอกว่ารักไม่ต้องการเหตุผล แล้วถ้าหน้าไม่หล่อแบบนี้ เธอจะชอบมั้ย ถ้าหน้าแย่เป็นแย้ เธอก็จะชอบฉันจริงๆ เหรอ ทั้งๆ ที่เธอไม่รู้จักข้อดีของฉันสักอย่าง??? ตอบ!

 

play3

 

พูดถึงตัวละครหลักของเรื่อง

 

ซัง :

นางฮาอ่ะ เขียนแล้วรักตัวละครนี้มาก นางดังกว่าพระเอกจริงๆ นะ 55555 อาจจะเพราะว่าซังมันเหมือนเด็กผู้หญิงธรรมดาสามัญชนทั่วไป กรี๊ดคนหล่อ ปลื้มคนเท่อะไรเงี้ย คือนิสัยของเด็กผู้หญิงสมัยนี้เลย แล้วเป็นตัวละครที่ทำอะไรตลกๆ อ่ะ  จำได้ว่าตอนเขียนนี่ลื่นมาก ชอบ เป็นตัวละครที่นักอ่านรัก ไม่หมั่นไส้นาง เมเขียนให้นางแทนตัวเองว่าปลวกตลอด 555 คือเป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ขี้หมั่นหน้า คือเป็นคนธรรมดามากๆ ที่ไม่มั่นใจในตัวเอง บ้านก็ไม่ได้รวย ขายเกาลัดอยู่เยาวราชอะไรเงี้ย

ปล. ชอบฉายานางนะ ‘ยัยตาสระอิ’ น่าร้ากกกอ่ะ นึกภาพแล้วมันน่ารักน่าเอ็นดูเนอะ

 

คิรัน :

เหมือนเป็นตัวประกอบ ไม่ใช่พระเอก 55555 ไม่มีอะไรจะพูดถึงรันเป็นพิเศษแฮะ แต่เราพยายามเขียนให้เขาเป็นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไปเหมือนกันนะ เมื่อก่อนเรางี้เขียนรวยระเบิด เท่ห์ หล่อ ฟันผู้หญิงไม่เลือก โหด เฮีย ห่าม แต่พักหลังๆ นี่จะไม่ค่อยเขียนแนวนั้นแล้ว ค่อนข้างพอใจกับนิสัยของรันที่ออกมานะ ไม่ใช่คนเจ้าชู้ ถ้าสนใจก็สนทีละคน คบทีละคน แต่ที่เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยเพราะไปกันไม่ได้ เ คือเราธีมให้รันไว้เลยว่า ‘อยากได้คนที่ใช่’ แล้วพอเจอที่มันใช่แล้ว ถึงไม่ใช่ผู้หญิงในสเป็ก… แล้วแคร์ที่ไหนล่ะ มันใช่ก็คือใช่นั่นล่ะ 555

 

เควิล,เขียว,เกม,โป้

เออ ตัวละครประกอบแบบพวกเพื่อนนางเอกได้รับความนิยมมากๆ นะ 55

คือนักเขียนเป็นคนมีเพื่อนตุ๊ดเยอะค่ะ แล้วคือแต่ละคนมันเด็ดๆ ทั้งนั้นไง เขียนนิยายก็ชอบเขียนอะไรใกล้ๆ ตัว นางเอกเลยมีแต่เพื่อนผู้ฉิงเต็มไปหมด จะบอกว่าตัวละครพวกนี้สร้างสีสันในเรื่องได้เยอะมาก 55555 อะไรที่ไม่กล้าให้นางเอกทำก็ให้พวกมันทำนี่ล่ะ เป็นตัวหยอดมุก ชงมุก พูดทิ้งท้าย บลาๆๆ โอย ทำได้ทุกอย่างเพื่อนตุ๊ดเนี่ย ชอบ! ฟีดแบคจากนักอ่านก็บอกว่าชอบเพื่อนนางเอกแก๊งนี้กันมากๆ ♥♥

เอ้อ มีเพื่อนนางเอกอีกสองคนคือ แอ๋มกับโบว์ ที่ขอพูดถึงหน่อย สองสาวนี้ก็คือนักเขียนแจ่มใสค่ะ 55 แอบเอาชื่อน้องๆ มาใช้ซะเลย อย่างแอ๋ม (Silly Sis) ไปญี่ปุ่นกับเมค่ะ เลยให้น้องมาแจมด้วยซะเลย (แถมแอ๋มช่วยคิดชื่อนิยายด้วย Playful นี่มาจากแอ๋มเลยนะเนี่ย)

ส่วนโบว์ (Ten-Pins) คิดไม่ออก… ทำไมเอาชื่อนางมาใส่ 555 ยังไงก็ขอบใจที่ช่วยหิ้วของจาก US มาให้พี่นะ 55555

 

play4

 

หมดเรื่องที่อยากจะเล่าถึงล่ะสำหรับเล่มนี้ นอกจากดีใจที่ได้รับฟีดแบคดีมากๆ แล้วนิยายในเซ็ท U-Prince มีตั้ง 12 เล่ม แถมตอนตีพิมพ์ไม่ได้อยู่โปรโมทที่ไทยกับเค้าด้วย แต่กระแสการตอบรับดีเว่อร์ จำได้ว่ามีคนรีวิวให้ยาวมากๆ  แบบเขียนในแอฟ note ของไอโฟนแล้วแปะมาส่งให้ทางทวิต บางคนก็พิมพ์ยาวเป็นเรียงความเลยจ้า คือได้ฟีดแบคต้งแต่มันขายแค่สองวันแรกอ่ะ บอกตรงๆ  รู้สึกเหมือนฟลุ๊คที่ได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ ถ้าพิจารณาจากหลายๆ อย่างประกอบกันก็เพราะคงเพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัว นักอ่านมีประสบการณ์ร่วมด้วยนั่นล่ะเนอะ >_<

สุดท้าย… เมเขียนนิยายมาจะสิบปีแล้ว ถ้าเขียนเป็นอาชีพ ได้รับเงินเป็นเรื่องเป็นราวก็จะปีที่แปดล่ะ เมรู้สึกได้ว่าตัวเองมีรสนิมยม ความชอบที่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนเรื่อยๆ เลยล่ะ

สำหรับตอนนี้ เมจะไม่เน้นพล็อตหวือหวาอีกต่อไปแล้ว พยายามมาทางเรียลๆ ให้สมจริงมากขึ้น หยิบเรื่องรัก ชีวิตของวัยรุ่นอะไรมาแต่งอะไรประมาณนี้ เมอยากเขียนอะไรใกล้ตัว จับประเด็นเล็กๆ จับข้อคิดมาทำใหม่ ตีความใหม่ ไม่อยากเขียนเว่อร์ รวยเละทะ หล่อเท่ เพลย์บอยอีกต่อไปล่ะ (หาอ่านได้ในนิยายชุดเก่าๆ ของเมค่ะ 555) อยากยกระดับนิยายของตัวเองขึ้น (สักนิด 55) อยากให้มีคุณภาพ ให้มันโตเหมือนกับความคิดความอ่านของตัวเอง หวังว่าความรู้สึกและข้อความที่เมสอดแทรกอยู่ในนิยาย จะส่งตรงไปถึงนักอ่านบ้างนะคะ ^__^ ♥♥