Posted by on ธ.ค. 28, 2011 in Blog | 0 comments

usboy1

 

(เบื้องหลัง) US-Boy ล่าหัวใจเฮี้ยว เกี่ยวรักยัยจอมเฮ้ว

 

นิยายเรื่องนี้ใช้เวลาเขียนประมาณ 1 ปีค่ะ 555+ ที่มันนานเพราะเป็นการเขียนๆ หยุดๆ นั่นเอง ฮืออ

แรง บันดาลใจในการแต่งเรื่องนี้มาจากการที่ตัวเมเอง ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Work and Travel ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนค่ะ แต่ไม่ได้พาไปเรียนนะจ้ะ แต่เป็นให้เหล่านิสิตนักศึกษาไปทำงานง่ายๆ อยู่อเมริกา (มีค่าตอบแทนด้วย ) เป็นเวลาสามเดือน แล้วเหลืออีก 1 เดือนก็เที่ยวโล้ดดด ซึ่งคิดว่าเพื่อนๆ คงได้ยินโครงการนี้กันมาบ้างแล้ว มันฮิตและฮอตจริงๆ ในหมู่เด็กมหาลัย ซึ่งแต่ละคนที่ไปก็ติดอกติดใจ อยากกลับไปอีก เผลอๆ บางคนไม่กลับมาไทย อยู่ทำงานที่นู้นไปเลย

 

 

usboy2

 

การ ทำงานในนิยายเรื่องนี้ เขียนไม่ยากเพราะประสบการณ์จริงเป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าพล็อตปลีกย่อยเยอะมาก เมจำเป็นต้องจดใส่สมุดพล็อตทั้งหมด ไม่งั้นลืมแน่นอน  แค่ร่างพล็อตก็ใช้ไป  3 หน้าแน่ะ

 

 

ตัวละครหลัก

เจนีน – ทัดดาว

เจ นีนเป็นนางเอกของเรื่อง ด้วยจากประสบการณ์ที่ไปเจอะเจอมาด้วยตัวเองระหว่างอยู่อมริกา ทำให้เมคิดว่า นางเอกคนนี้ต้องแรงหน่อย กล้าที่จะพูด กล้าที่จะทำ แต่บางทีถ้านางเอกแรงไปมันจะดูไม่งาม เพราะฉะนั้นแล้ว ทัดดาว คือตัวละครที่เขียนเพิ่มขึ้นมา โดยการเอานิสัยเพื่อนกระเทยด้วยกันที่แรงซ่า แรดท้าแดดท้าลม มาใส่ประกอบ 55+ โดยเวลาเขียนบทแรงๆ การด่าฉะ มีเรื่องตบตี จะให้ทัดดาวป็นคนรับหน้าที่ในการดำเนินเรื่อง เพราะดูเหมาะสมกว่าให้นางเอก เพราะมันจะกลายเป็นว่าเธอกร้านโลกกำศึกมานักต่อนัก 55+

 

 

 

 us3

 

 

เอเจ – แวนเดอร์เวียร์

ตัว ละครฝั่งผู้ชาย เมคิดให้เป็นสองคนที่แตกต่าง อีกคนหนึ่งค่อนข้างจะ real คือเอเจ ที่สะท้อนความคิดของเด็กฝรั่งเกี่ยวกับเรื่องความรัก ว่าเขาไม่ได้ทำให้มันยากมากมาย ชอบก็จีบ ขอออกเดทไปเลย แต่ถ้ารู้สึกไม่โอเค แบบว่าฉันเบื่อ ฉันเซ็ง เขาก็บอกเลิกเลย ง่ายปะละ (ประสบการณ์โดยตรงจากคุณเพื่อน)

ส่วนแวนเดอร์เวียร์ ตั้งใจเขียนให้แตกต่างจากเอเจอยู่แล้ว เพราะไม่งั้นนิยายเรื่องนี้คงไม่มีพระเอก 555+ แวนเดอร์เวียร์เดินตามสูตรพระเอกค่ะ เท่ หล่อ เก๋ รวย แต่แวนเดอร์เวียร์จะถูกเขียนในบทของเวลาที่หนุ่มนอกโรแมนติกน่ารัก (คือเขียนแต่ส่วนดี ส่วนเลวๆ นี่เป็นพาร์ทของเอเจ แงๆๆๆ ) อีกอย่างหนึ่งคือ ฝรั่งเขาสปอร์ท จ่ายให้ ออกให้ (เด็กไทยละช้อบชอบ -.,-)

 

 

แอนนี่ – พี่แพน

สอง ตัวละครที่เป็นตัวแทนของเด็กไทย ที่มาโครงการ WAT แบบเดียวกับนางเอก แต่ตั้งใจเขียนให้สะท้อนถึงลักษณะของคนบางคน ที่มาต่างแดนโดยมีจุดมุ่งหมาย มีความคิดลักษณะที่แตกต่างกัน

แอนนี่ ทำงานร้านอาหารแล้วก็อยากจะ กรี๊ดกร๊าดมีแฟนเป็นฝรั่ง ตัวละครนี่สะท้อนจากประสบการณ์ที่เห็นมาเองว่า เด็กไทยบางส่วนที่ไปเวิร์ค.. แรดมากกกกกกกกก!! เกินกว่าจะบรรยาย ใดๆ ยิ่งห่างไกลตาพ่อแม่แล้ว ออกลายสู้ตาย นอนกับเพื่อนร่วมงาน คนนู้นคนนี้ (คนขับรถมันก็ยังเอาได้!) อยากมีแฟนฝรั่งจะได้ใช้รถด้วย ได้ไปนอนที่บ้านแฟน ประหยัดเงิน บลาๆ จนทุกวันนี้เขาลือให้แซดไปเลยว่าเด็กไทยเป็นยังไง

พี่แพน สะท้อนถึงคน บางส่วนที่ตั้งใจไปทำงานเก็บเงินอย่างจริงจัง แต่จริงจังมากไปหน่อย จนกลายเป็นความเห็นแก่ตัวไปแทน  เด็กไทยที่ไปกับโครงการนี้จะต้องเจอคนสไตล์ พี่แพน คือคนอื่นไม่เอาใคร ไม่สนใจไรทั้งนั้น จะทำแต่งาน เกิดอะไรขึ้นก็ตัวใครตัวมัน

 

 

 

 

พล็อตและมิติของเรื่อง

 

1. มิติของโครงการ Work and Travel

ถึง จะเป็นนิยายรักๆ วัยรุ่น แต่เมก็ตั้งใจเขียนส่วนของโครงการ WAT ว่ามันอะไรยังไง เพื่อให้เกิดความรู้แบบบูรณาการด้วย 555555+ จะมีใส่ในช่วงแรกของต้นเรื่อง เช่นการทำงานของนางเอก ซึ่งไปเป็นสตาร์ฟที่ร้าน Wings ขายพวกของเกี่ยวกับชายหาด ตั้งแต่เสื้อผ้า ชุดว่ายน้ำ เรือยางไปยันฝาหอย  แต่เพราะนี่เป็นนิยายรัก จะใส่มิตินี่เข้าไปเยอะมันคงจะดูไม่เวิร์ค  ไม่งั้นจะกลายเป็นไดอารี่ขายแรง งานแทน เพราะฉะนั้นจะเขียนแอบใส่ย่อยๆ เข้าไป เวลาที่นางเอกคิด หรือบ่น เช่น ช่วงสปริงเบรกคนเยอะมาก ทำงานไม่ได้พัก หรือช่วงโลซีซั่นที่จะเกิดปัญหาคนน้อย ซึ่งพวกนี้จะเป็นการบอกเล่าถึงว่าโครงการนี้เป็นยังไง อยู่แล้วจะเจอแบบไหน

 

 

2. มิติดราม่า สารพัดปัญหาในเรื่อง

 

ดราม่าปัญหาที่เกิดขึ้นเมแบ่งไว้ 2 พาร์ทคือ

– เด็กไทยด้วยกัน

แย่ง ผู้ชาย แย่งงาน อิจฉา ความเห็นแก่ตัว ขี้งก ขี้นินทา บลาๆๆ สารพัดพวกนี้จะเป็นดราม่าที่เกิดขึ้นจากการมาโครงการนี้ล้วนๆ เลย เพราะทุกคนมาโครงการนี้ ปัจจัยหลัก (ที่ไม่ใช่หาผู้ชาย -.-) คือการหาเงิน ตัวแปรนี้ทำให้คนยอมทำได้ทุกอย่าง  ส่วนนี้จะอยู่ในเริ่มจนถึงเกือบกลางๆ ของเรื่อง เพราะคิดว่าหลังๆ ควรจะขายส่วนของปัญหารักๆ ใคร่ๆ มากกว่า แต่เมก็ไม่ได้ทิ้งไปทีเดียว ยังให้มีแซมๆ ควบคู่ไปด้วยจากตัวละครพี่แพน

 

– ปัญหาจากความรักๆ ใคร่ๆ ของวัยรุ่น

รัก ง่ายหน่ายเร็วของเด็กฝรั่งจากตัวละครของเอเจ และปัญหาปมในอดีตของแวนเดอร์เวียร์ พาร์ทนี้จะเยอะสุด แทบจะเป็นประเด็นหลักในการดำเนินเรื่องทั้งช่วงกลาง และช่วงท้ายของเรื่อง

 

 

 

 

 

 

3.มิติเรื่องรักๆ ชองพระนาง

ก็ จะเขียนควบคู่ไปกับปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย มีการใส่ปมให้กับตัวละคร เขียนให้เรื่องออกจะคล้ายๆ รักสามเศร้าคือชายสอง หญิงหนึ่ง (และยังมีหญิงสองชายหนึ่งด้วย 555+) ตั้งใจว่าจะไม่เขียนรักสามเศร้าแบบโหดร้าย เพราะพอดูภาพรวมของนิยายเรื่องนี้แล้วมีลายระเอียดปลีกย่อยเยอะ เลยเขียนเป็นรักสามเศร้าแบบซอฟๆ คือไม่ให้ใครต้องเสียใจร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนรักต้องมาพัง โอเว่อร์เพราะผู้หญิงคนเดียว ใช้ความที่วัยรุ่นรักง่ายหน่ายเร็ว ทำให้จุดนี้ดูลงตัวพอดี

 

 

4.มิติวิถีชีวิตทั่วไป

จุด นี้ขาดไม่ได้เลย เพราะถือว่าพ้อยส์หลักของนิยายเซ็ท Boy คือการเขียนถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างประเทศจากบ้านเรา ซึ่งในเรื่องก็เขียนแทรกอยู่ในความคิดของนางเอกตลอด

 

สรุป โดยรวมแล้ว เมเขียนเรื่องนี้เพื่อให้นักอ่านรู้จักโครงการ WAT ผ่านนิยาย รวมถึงสภาพ สถานการณ์ของเด็กไทยที่อยู่ที่นู้นว่าเค้าคิดยังไง ใช้ชีวิตกันแบบไหน และมีมิติของความรัก 3 เศร้านิดๆ ควบคู่มาด้วย  แต่ไม่เศร้าเว่ออะไรแบบนั้น แค่ให้แอบลุ้นแอบเชียร์ และแฮปปี้เอนดิ้งกันค่ะ

 

 

*จุดที่ยังอยากเขียนอีก…

เพราะ ว่ามาจากประสบการณ์จริงอะเนอะ เลยมีจุดนู้นจุดนี้อยากเขียนเยอะแยะ แต่ไม่ช่องว่างให้ใส่แล้ว แน่นจริงๆ แถมจำนวนหน้าก็เยอะมาก (200 A4) เมเลยไม่ได้เขียส่วนของ การเสพ E-bay มันสุดยอดมากกกกกก และทำให้เมเป็นหนี้กระเซอะกระเซิงเพราะอีการช้อปปิ้งบนอินเตอร์เน็ตเนี่ย ละ  และยังมีพาร์ทของการจุ้บของ (จิ๊กของ) เปลี่ยนป้ายของให้ราคาถูก แต่เขียนไปคงดูไม่ดี บอกเลยว่าที่ใดในโลกมีการรวมตัวของเด็กไทย ที่นั้นจะเกิดความชิบxxx แล้ว!! 55